ไม่รู้จะเชยไปรึเปล่าที่เพิ่งมาแนะนำเรื่องนี้ แต่บล็อกนี้เจ้าของบล็อกก็ไม่ค่อยได้แนะนำอะไรใหม่ๆ หรอกนะ (55+) การ์ตูนที่จะแนะนำต่อไปนี้ เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนชื่อดังเรื่องหนึ่งที่ได้รับการสร้างเป็น OVA รวมไปถึงภาพยนตร์ และยังรวมไปถึงการผลิต Product มากมายไม่เว้นกระทั่ง Line Sticker ซึ่งนั่นก็คือ Kyou koi wo Hajimemasu หรือชื่อภาษาไทยว่า “เมื่อความรักมาทักทาย” ซึ่งฉบับภาษาไทยเพิ่งออกเล่ม 14 เมื่อไม่นานมานี้ จึงนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ลองอ่านกันดูค่ะ

 

 

เมื่อความรักมาทักทาย
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: Kyou koi wo Hajimemasu
เรื่องและภาพ: Minami Kanan
สำนักพิมพ์: บงกช
จำนวนเล่ม: 15 เล่มจบ (ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2556 ภาษาไทย 14 เล่ม)

เรื่องย่อ (หลังปก)
ซึบากิชอบทำผมทรงน่ารักๆ ให้น้องสาว แต่ไม่คิดว่าตัวเองเหมาะกับการแต่งตัวสวยๆ...วันที่มีพิธีปฐมนิเทศ ซึบากิได้นั่งข้างๆ เคียวตะ หนุ่มผมยาวที่นิสัยแย่ที่สุด และยังถูกเขาพูดจาไม่ดีอีกด้วย ซึบากิจึงลืมตัวคว้ากรรไกรมาตัดผมของเคียวตะ จึงถูกเคียวตะบอกให้ “รับผิดชอบ” แล้วซึบากิจะทำยังไงดีล่ะ!? 

จากเรื่องย่อคงเดากันได้ไม่อยากกับการ์ตูนผู้หญิงแนวที่พระเอกเป็นพ่อเพลย์บอย ต้องมาพบพานกับสาวน้อยผู้ใสซื่อ แต่ความสนุกของเรื่องนี้คงไม่ได้แค่การที่พระเอกจู่ๆ ก็คิดจะจริงจังแล้ววิ่งไล่จีบนางเอกเพียงอย่างเดียวเป็นแน่ แต่จะเป็นอย่างไรนั้นก็ขอเล่าโดยละเอียดเลยละกันค่ะ ^^

 

เรื่องเปิดตัวด้วยการเห็นเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งกำลังตั้งใจทำผม และแต่งตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในชั้นม.ปลาย แต่สุดท้ายเธอเกิดไม่มั่นใจ จนล้มเลิกแผนการกลับไปทำตัวแบบเดิมๆ คือ เก็บผม และถักเปียให้เรียบร้อย ในขณะที่ทำผมให้น้องสาวเสียสวยเช้ง และสาวน้อยผู้ไม่มีความมั่นใจในตนเองนี้เลยก็คือ นางเอกของเรื่อง “ฮิบิโนะ ซึบากิ”

“ฮิบิโนะ ซึบากิ” เป็นสาวน้อยผู้เรียบร้อย และยังมีออร่าความเป็นเด็กเรียนอยู่เต็มเปี่ยม เธอไม่ได้ต้องการจะทำตัวเด่น แต่ในยุคสมัยที่เด็กสาวม.ปลายนุ่ง Mini-skirt สาวกระโปรงยาวอย่างเธอก็ดูจะเด่นพอดู แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับซึบากิ ปัญหาของเธอเริ่มต้น เมื่อมีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเรียกชื่อ “ซึบากิ” และพูดจาแปลกๆ เธอจึงได้รู้ว่ามีคนชื่อเหมือนกับเธอ แต่ต่างกับเธออย่างสุดขั้ว เขาคนนั้นคือ “ซึบากิ เคียวตะ” ชายผมยาว และดูไม่น่าเป็นคนดีเลยสักนิด ด้วยเหตุนี้ซึบากิที่เป็นคนอคติกับพวกเด็กที่ไม่ใช่เด็กเรียนอยู่แล้วจึงรู้สึกแย่กับเขาตั้งแต่แรกเห็น และไม่ค่อยพอใจที่จะต้องชื่อซ้ำกับคนแบบนี้สักเท่าไร

หมายเหตุ: หากให้เรียกตามสากลคือชื่อ-สกุล ของ 2 คนนี้ นางเอกคือ ซึบากิ ฮิบิโนะ ส่วนพระเอก คือ เคียวตะ ซึบากิ หรือกล่าวง่ายๆ ว่าชื่อนางเอกกับนามสกุลพระเอกเหมือนกันนั่นเอง แต่เจ้าของบล็อกขอเรียกว่า ซึบากิ กับเคียวตะ เพื่อกันความสับสนนะคะ

แต่เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ผู้ชายคนนั้นกลับกลายเป็นเด็กที่เรียนเก่งที่สุดในชั้น แถมหน้าตาดี อัธยาศัยดี (?) เพื่อนผู้ชาย-ผู้หญิงรุมล้อมกันถ้วนหน้า แต่ซึบากิกลับรู้สึกไม่ถูกชะตาจนไม่อยากยุ่งด้วย ทว่ายิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอเพราะต้องมานั่งข้างกันเสียนี่


ฮิบิโนะ ซึบากิ-ซึบากิ เคียวตะ

 

อีกด้าน ฝ่ายเคียวตะเมื่อเห็นซึบากิก็มีอาการไม่ต่างกัน ยิ่งรู้ว่าชื่อเหมือนกันเลยอยากกระแนะกระแหน พูดประชดประชันออกมาให้เธอต้องอับอาย ไม่เพียงแค่พูดมือก็ยังมาดึงผมเปียสุดรักของซึบากิ นางเอกเราถึงจะเป็นสาวเรียบร้อยก็ต้องมีฉุนขาด เลยลืมตัวคว้ากรรไกรมาตัดผมของผู้ชายผมยาวๆ ที่น่าขัดตาคนนี้ซะ สร้างความแตกตื่นให้เพื่อนทั้งห้องเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้สติซึบากิจึงเอ่ยปากขอโทษแต่ไม่เป็นผล เคียวตะโกรธจัด และเรียกร้องให้เธอชดใช้เป็นเงินจำนวนมาก แต่ในเมื่อซึบากิไม่มีเงิน เขาจึงยียวนเรียกร้องให้เธอ ‘รับผิดชอบ’ ด้วยตัวของเธอแทน เป็นความหมายโดยนัยที่เราน่าจะเข้าใจกันดี

 
ทว่าแทนที่ซึบากิน่าจะโวยวายหรือปฏิเสธ เธอกลับนิ่งและตกลงจนทำให้เคียวตะประหลาดใจ รู้ตัวอีกทีผมของเขาก็โดนตัดไปอีกรอบ แต่คราวนี้ไม่ใช่ผมแหว่งเหมือนคราวก่อน แต่กลายเป็นผมทรงใหม่ที่ทำให้เขาดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึบากิเมื่อเห็นเคียวตะลุคใหม่ (ด้วยกรรไกรในมือ) ก็เกิดภูมิอกภูมิใจจนต้องเอ่ยปากชมต่อหน้าว่าเขา “เท่จัง”  แต่สิ่งที่เคียวตะเห็นในสายตากลับไม่ใช่ผมทรงใหม่ของเขา แต่เป็นรอยยิ้มของช่างตัดผมมือใหม่ที่กำลังทำท่าว่า ‘ฟินแล้วชิ่ง’ ต่างหาก ความรู้สึกบางอย่างของเคียวตะบอกให้เขาไม่ให้หยุดอยู่แค่นี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงดึงเธอกลับมาเพื่อจูบ พร้อมทิ้งคำพูดปริศนาว่าเธอจะเป็นเป้าหมายใหม่ของเขาแล้วจากไป ทิ้งไว้เพียง ซึบากิ มึนงงกับจูบแรกที่เพิ่งถูกขโมยไปอยู่เพียงลำพัง

นับตั้งแต่นั้นชีวิตของฮิบิโนะ ซึบากิ ก็ต้องวุ่นวายอย่างไม่รู้จะจบลงเมื่อไร เธอถูกเพื่อนในห้องรุมแกล้งหลังจากที่ไปตัดผมเคียวตะด้วยการให้เป็นผู้รับผิดชอบงานโรงเรียน อีกทั้งเคียวตะก็ยังนึกสนุกประกาศว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขาก็ยิ่งไปกันใหญ่ การทำงานของซึบากิเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะทุกคนไม่ยอมให้ความร่วมมือ 

แต่แล้วเคียวตะก็ยื่นขอเสนอให้ความช่วยเหลือเธอแลกกับการเดท แม้ไม่ค่อยอยากจะยอมรับ แต่สุดท้ายซึบากิที่ยังไม่สามารถเข้ากับเพื่อนได้ก็ต้องขอความช่วยเหลือเคียวตะไปจนจบงาน ในระหว่างนี้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และเริ่มเห็นข้อดีของเขา งานโรงเรียนจบลงด้วยดี เพื่อนๆ ยังยอมรับในตัวเธอมากขึ้น เช่นเดียวกับซึบากิที่เริ่มยอมรับเคียวตะมากขึ้นการเดทของทั้งคู่แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ดูจะราบรื่นสำหรับซึบากิเดทครั้งนี้เคียวตะเหมือนจะตามใจเธอทุกอย่าง เดทครั้งนี้จึงไม่ได้แย่อย่างที่เธอกังวล ถ้าสุดท้ายเขาไม่ทำนิสัยเสีย ฉวยโอกาสลวนลามเธอ จนเธอโมโหและหนีออกมา

แม้ว่าการเดทจะล่ม ซึบากิจะโกรธ แต่ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ เมื่อซากุระน้องสาวสุดรักเห็นชุดกระโปรงที่เคียวตะซื้อให้นั้นดูน่ารัก ด้วยความไม่รู้ก็เกิดอยากขอยืมใส่บ้าง ซึบากิก็เกิดอาการหวงชุดจนตัวเองยังต้องตกใจ และนั่นทำให้เธอรู้ว่า “เธอหวั่นไหวไปกับเขาแล้ว”

เมื่อรู้ว่าใจเริ่มหวั่นไหว ซึบากิผู้จริงจังกับทุกเรื่องก็อยากจะขอจริงจังกับความรักนี้ด้วย แม้จะกดดันกับการกระทำของเคียวตะที่ดูไม่ได้จริงจังกับเธอเลย แต่เมื่อยิ่งพยายามเข้าใกล้ เคียวตะก็เหมือนจะถอยห่าง ยิ่งพยายามจะทำความเข้าใจก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามีกำแพงที่เธอเข้าไม่ถึงแล้วซึบากิจะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ไปได้อย่างไร...

 

 
 
ตัวละครสำคัญ


ฮิบิโนะ ซึบากิ: สาวน้อยผู้รักและมีความสามารถในการทำผม แต่กลับไม่เคยมีความมั่นใจที่จะทำผมหรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะคิดว่าตนเองไม่น่ารัก ไม่จำเป็นต้องแต่งตัว เธอจึงกลายเป็นเด็กสาวสุดเชย ก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างเดียว แต่ก็ยังต้องผิดหวังจากการสอบเข้าโรงเรียนที่เลือกไว้ และมาติดโรงเรียนที่เลือกไว้สำรอง ทำให้เธอรู้สึกแย่และกดดันตัวเอง ซึบากิจัดว่าเป็นคนมองโลกแคบและมีอคติกับคนที่ดูไม่ตั้งใจเรียน ทำให้เธอคล้ายเป็นคนแข็งกระด้าง แต่จริงๆ ภายในนั้น เธอเป็นคนจิตใจดี และอ่อนต่อโลกมากนัก


ซึบากิ เคียวตะ: หนุ่มเจ้าเสน่ห์ ผู้เป็นที่รักของสาวๆ แม้จะรายล้อมด้วยสาวๆ มากมาย แต่ใจจริงแล้วเคียวตะไม่เคยเชื่อใจผู้หญิงเลย เพราะอดีตที่ฝังใจ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เคยคิดคบใครจริงจัง แต่กลับชอบที่จะลองใจผู้หญิง โดยเฉพาะการหลอกผู้หญิงที่ดูจริงจังให้เข้ามาหลงรักแล้วหักอก แต่ก็ยังคงมีผู้หญิงเข้าหาเขามากมายทำให้เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง ภายนอกเคียวตะดูเป็นคนเสเพล ไม่เอาไหน แต่จริงๆ แล้วเคียวตะเป็นคนมีความฝัน และเป้าหมายในชีวิตที่ตั้งใจจะทำให้ได้คือการเรียนต่อด้านวิศวกรรมอวกาศ


อิจิคุระ มิโฮะ: เพื่อนสมัยม.ต้นของเคียวตะที่ได้มาเป็นเพื่อนคนแรกของซึบากิ ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันจากช่วงงานโรงเรียน มิโฮะเป็นคนร่าเริง คอยสนับสนุน เป็นกำลังใจให้ซึบากิเสมอ ที่สำคัญเธอเป็นคนผลักดันให้ซึบากิลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง 


ฮิบิโนะ ซากุระ: น้องสาวของซึบากิ ผู้น่ารัก สดใส และเนื้อหอม ผิดกับซึบากิทุกกระเบียดนิ้ว แม้ว่าบุคลิกจะต่างกัน แต่ซากุระก็รักพี่สาวมาก เริ่มแรกซากุระหลงรักเคียวตะจากการที่ทั้งคู่ได้พบกันในวันงานโรงเรียน จึงหาทางเข้าใกล้และทำความรู้จักเพื่อจะพิชิตใจเขา แต่หลังจากซากุระได้รับรู้ความในใจของนิชิกิ เพื่อนของเคียวตะ ใจของเธอจึงเอนเอียง เพราะเธอรู้ตัวว่าเธอชอบเคียวตะด้วยเหตุผลแบบเด็กๆ ว่าเขาหล่อดีเท่านั้น และหันมาเป็นกำลังให้พี่สาวแทน


ฮาเซงาวะ นิชิกิ: เพื่อนสนิทของเคียวตะที่รู้เรื่องเคียวตะ รวมถึงอดีตของเคียวตะดีที่สุด นิชิกิไม่ใช่คนเลวร้ายแต่เขาก็เป็นคนหนึ่งที่คอยลุ้นผลของเกมรักที่เคียวตะสร้างขึ้น นิชิกิตกหลุมรัก ฮิบิโนะ ซากุระ น้องสาวของซึบากิเข้าอย่างจัง และเป็นคนเล่าเรื่องอดีตของเคียวตะให้ซึบากิรับรู้ด้วย

 

เรื่องราว และความน่าสนใจ


 

เสน่ห์ รวมไปถึงความสนุกของเรื่องนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นอันเรียบง่ายนำไปสู่จุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิด ซึบากิกับเคียวตะพบกันในลักษณะของพื้นฐานการ์ตูนผู้หญิงหลายเรื่อง คือ การพบกันที่ไม่มีความประทับใจต่อกัน แต่งานนี้อาจจะหนักมือไปหน่อยเมื่อนางเอกเธอเล่นของมีคมกันเลยทีเดียว จากนั้นทั้งคู่ก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันจนดูเหมือนอะไรหลายๆ อย่างก็น่าจะลงตัว แต่กลับไม่ เนื้อเรื่องในช่วงแรกทำให้คนอ่าน “ประสาท” กับพระเอกซะมากกว่า เพราะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่าพระเอกที่ทำจะหวั่นไหวกับนางเอก คงน่าจะจบลงด้วยดี แต่กลายเป็นว่าเคียวตะไม่พอใจ และพยายามออกห่าง ซึ่งนี่ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกๆ คนเริ่มอยากลุ้นไปกับความรักของซึบากิ และอยากรู้ความในใจของเคียวตะให้มากขึ้น
 

อีกสาเหตุหนึ่งของความน่าติดตาม และคงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้สนุก เข้มข้น ไม่เป็นการ์ตูนผู้หญิงเพ้อฝันไร้สาระเกินไปสำหรับเจ้าของบล็อก คือ การพูดถึงเรื่องครอบครัว หรือปัญหาครอบครัวที่นำไปสู่ปมปัญหาของตัวละครที่จะต้องฝ่าพันและคลี่คลายให้ได้ 

เคียวตะ มีอคติฝังใจเรื่องผู้หญิง เพราะต้องเจ็บปวดกับผู้หญิง 2 คน ที่เขารักมากคนหนึ่งคือแม่ของเขา และอีกคนหนึ่งคือาจารย์ที่เขาเคารพรัก ความเสียใจและความผิดหวังทำให้เคียวตะไม่อยากเชื่อใจผู้หญิงอีกต่อไป แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาของเขา ผู้หญิงหลายคนจึงอยากเข้าหา เคียวตะจึงกลายเป็นคนมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง และใช้เสน่ห์ของเขาเพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับอดีตที่ได้รับ แต่หากไม่พูดถึงเรื่องของผู้หญิงแล้ว เคียวตะถือว่าเป็นผู้ชายสู้ชีวิตทีเดียว เพราะแม้ว่าจะยังมีพ่อ แต่ครอบครัวก็ไม่ได้อบอุ่น เคียวตะจึงเหมือนคนปากกัดตีนถีบ มุ่งเรียน มุ่งทำงานเพื่อให้ตัวเองไปได้ถึงฝัน และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเก่ง

ในขณะที่เคียวตะเหงาและโดดเดี่ยวมาจากปัญหาครอบครัว และเรื่องในอดีต ซึบากิที่มีครอบครัวพร้อมหน้ากลับอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน เพราะในกรณีซึบากิ แม้จะมีครอบครัวแต่เธอไม่เคยได้รับความเข้าใจ 

ครอบครัวซึบากิเป็นพวกนิยมคนเรียนเก่ง โดยเฉพาะแม่ที่คาดหวังเรื่องการเรียนว่าจะต้องเป็นที่ 1 จะต้องเรียนดีจึงจะได้ดี ตัวซึบากิก็เป็นคนหัวอ่อนเกินกว่าจะต่อต้าน เธอจึงรับหน้าที่ทำตามความคาดหวังของครอบครัว โดยไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาต่อตัวเธอเอง เมื่อการยึดติดกับโลกในอุดมคติของครอบครัวทำให้เธอเครียด และสร้างกรอบให้ตัวเองจนไม่มีเพื่อน และแน่นอนเธอไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ได้กัดกร่อนความสุข ความฝัน และความเป็นตัวของตัวเองไปจนเกือบหมด

โดยส่วนตัว ซึบากิทำให้เรานึกถึงวัยรุ่นหลายคนและตัวเองช่วงหนึ่ง การตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพียงอย่างเดียวลึกๆ แล้วไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวอยากทำ แต่เมื่อมันกลายเป็นสิ่งที่ยึดมั่น ซึบากิจึงเรียนไปอย่างไม่มีจุดหมาย เธอกลายเป็นเด็กที่อ่านหนังสือเพื่อสอบเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เป็นเด็กเรียนดี แต่เรื่องบางเรื่องกลับเพิ่งมาเข้าใจทีหลัง ทั้งที่อ่านหนังสือติวภาษาอังกฤษไม่รู้กี่เล่ม แต่เจอฝรั่งจริงๆ ก็ไปไม่รอด (ฉึก!) และแม้จะพยายามเรียนเท่าไรก็ยิ่งมองไม่เห็นทางเพราะเธอฝังความฝันตัวเองลงโดยไม่รู้ตัว ผิดกับเคียวตะไม่เคยยึดติดเรื่องการแข่งขัน แต่มุ่งหน้าหาหนทางที่จะทำให้ได้ถึงฝันมากกว่า

เรื่องราวของ “เมื่อความรักมาทักทาย” จึงไม่ได้เป็นไปตามสูตรของการที่ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็นความรักแล้วจบด้วยการสารภาพรักเสียทีเดียว แต่มันเป็นรื่องของที่คิดแต่เรื่องของตัวเองสองคนเกิดใจตรงกัน สิ่งที่พวกเขาต้องทำนอกจากสารภาพรัก คือการสร้างความเข้าใจ และสร้างความเชื่อใจให้แก่กันนั่นเอง

นั่นทำให้เราคิดว่า บางทีจุดสำคัญของเรื่องนี้อาจไม่ใช่การแก้ไขปัญหารักของทั้งสองคน แต่เป็นการปัญหาส่วนตัวของแต่ละคนเพื่อให้ความรักราบรื่นต่างหาก เพราะถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึกนั้น...บางทีมันเข้ามาทักทายทั้งคู่ตั้งวันแรกที่ได้พบกันแล้ว


คู่รักซึบากิ

 

“เมื่อความรัก มาทักทาย” (Kyou koi wo hajimemasu) จัดเป็นการ์ตูนผู้หญิง Shoujo Manga ที่เหมาะกับผู้อ่าน 15 ปีขึ้นไปตามการจัดเรทในประเทศไทย ซึ่งก็ขอบอก ณ ตรงนี้ว่าด้วยเรื่องราวของความรักโรแมนติก การ์ตูนผู้หญิง และการ์ตูนสไตล์ของนักเขียนท่านนี้มีฉากเลิฟซีนที่มากกว่าจูบแน่นอนค่ะ ใครที่อคติหรือแบนการ์ตูนที่จะมีฉากเลิฟซีนเข้าเค้าเรื่องอย่างว่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็คงไม่แนะนำ เพราะเราเองก็ไม่สามารรถบอกได้เต็มปากว่า เรื่องนี้เป็นรักกุ๊กกิ๊ก บริสุทธิ์ 
 

อย่างไรก็ตามเรื่องราวก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ทำให้มองเป็นเรื่องของความโรแมนติกมากกว่า ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องของการยัดเยียดความหื่นด้วยฉากเร้าอารมณ์แต่อย่างใด แต่ก็มีบ้างที่รู้สึกว่าบางตอนเหมือนใส่มาเพื่อทำให้เรื่องยืดขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าพยายามมองให้เป็นเรื่องของการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครก็ย่อมได้เหมือนกัน จึงอยากให้คนอ่านได้มีวุฒิภาวะพอสมควรที่จะมองหาปมปัญหาหลักของเรื่องนี้มากกว่าฉากใดฉากหนึ่ง เพราะหากมองแกนหรือประเด็นที่แฝงในเรื่องสำหรับเรา เรื่องนี้จึงยังคงมีความน่าติดตามอยู่ไม่น้อยเลย เพราะเมื่อเรื่องดำเนินไปสักพักจนถึงจุดที่ 2 ตัวละครหลักน่าจะเข้าใจกันแล้ว เราก็ต้องมาลุ้นต่อกันอีกว่าหลังจาก lucky in love แล้ว ทั้งคู่จะ lucky in game ในชีวิตของตัวเองได้อย่างไร 

 


Kyou Koi wo Hajimemasu Live Action
 
 

ด้วยความสนุก ความน่าสนใจ และมีประเด็นที่น่าติดตามนี้ เรื่องราวความรักของคู่รักซึบากิจึงได้รับการดัดแปลง และถ่ายทอดเป็นรูปแบบอื่นๆ อันได้แก่ Light Novel ที่เล่าเรื่องของฮิบิโนะ ซึบากิก่อนที่จะมาพบกับเคียวตะ การทำเป็น Drama CD, OVA (Original Video Animation) รวมไปถึง Live Action หรือภาพยนตร์ด้วย ซึ่งนักแสดงนำฝ่ายหญิงเป็นคนที่เราชอบมาก Takei Emi นั่นเอง ส่วนฝ่ายชาย คือ Matsuzaka Tori ค่ะ และในวันฉายวันแรก ยังมีการปล่อย Product สำหรับแอพลิเคชั่นแชทยอดนิยม หรือ Line Sticker ออกมาให้ซื้อกันด้วย โดยชื่อสติ๊กเกอร์ใช้ชือภาษาอังกฤษของเรื่องว่า Today I started in love with you Tsubaki (บางคนอาจเคยเห็นสติ๊กเกอร์หมีขาวหน้าทะเล้นๆ คือมาจากเรื่องนี้นี่ล่ะค่ะ เพราะนางเอกเรื่องนี้ชอบหมีขาว+หนังที่ไปดูกับพระเอกในเดทแรกคือ “ชีวิตของหมีขาว” ค่ะ) แต่โดยส่วนตัวเราไม่ค่อย Live Action สักเท่าไรค่ะ มันแลดูขาดหลายสิ่งหลายอย่างจากต้นฉบับไป บางทีเรื่องนี้อาจจะเหมาะกับละครมากกว่า

 

___________________________________

 

จุดเริ่มต้นของคู่รัก ซึบากิ ซึบากิ


Official Book ฉบับภาษาไทย โดยสนพ.บงกช

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นเริ่มแรกของเรื่อง “เมื่อความรัก มาทักทาย” ที่ได้ทราบจาก Official Book เริ่มต้นจาก Minami Kanan ได้รับคำสั่งจากผู้ดูแลคนใหม่ให้เขียนเรื่องแนวใหม่ที่ต่างจากเดิม อาจารย์จึงเริ่มจากการเปลี่ยนคาร์แร็คเตอร์ตัวละคร โดยเปลี่ยนจากตัวเอกที่สดใสมองโลกในแง่ดี กลายเป็นคนอึมครึม และมากับความคิดแง่ลบที่ว่า “คนไม่ตั้งใจเรียน ไม่ใช่คนดี” ซึ่งนั่นก็คือที่มาของ “ฮิบิโนะ ซึบากิ” นางเอกของเรื่อง และที่มาก็คือตัวของอ.มินามิ สมัยม.ต้น ที่ครั้งหนึ่งก็เคยมีความคิดแบบนี้ จากนั้นเรื่องราวก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อได้คาร์แร็คเตอร์ของเคียวตะ หนุ่มเนื้อหอม ที่ดูไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่กลับมีดีซ่อนอยู่ในตัว และเมื่อทั้งคู่ต่างเห็นข้อดีที่ซ่อนอยู่ในตัวของกันและกัน ความรักจึงเกิดขึ้นนั่นเอง 
 

อนึ่ง หนังสือ Official fanbook จะเป็นหนังสือที่มีให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “เมื่อความรักมาทักทาย” และบทสัมภาษณ์อ. Minami Kanan ผู้แต่งเรื่องนึ้ค่ะ

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้าของบล็อกประทับใจเรื่องนี้ คือ ความละเอียดของผู้แต่ง ที่ใส่ใจกับชื่อตัวละคร ซึ่งมันกลายเป็นภาษาสัญลักษณ์สำคัญของเรื่อง นั่นก็คือความหมายของคำว่า “ซึบากิ” สำหรับคนที่อ่านแล้วเคยลองคิดบ้างไหมคะว่าทำไมตัวเอกถึงต้องชื่อ “ซึบากิ” เหมือนกัน ^^

 

ดอกคามิลเลีย
 
 
ซึบากิ (Tsubaki) คือชื่อดอกไม้ หรือชื่อในภาษาสากลว่าดอกคาร์มีเลีย หรือคาเมเลีย (Camellia) ดอกไม้ที่มีลักษณะเป็นหลายกลีบซ้อนกันคล้ายดอกกุหลาบ สรรพคุณสำคัญของดอกซึบากิ หรือดอกคาร์มีเลียนั้นก็คือการนำมาสกัดเป็นน้ำมัน เพื่อการบำรุงผมให้นุ่มสลวย ซึ่งคนญี่ปุ่นใช้น้ำมันดอกสึบากิคล้ายๆ กับที่ทางตะวันตกใช้น้ำมันมะกอกเลยทีเดียว (นี่ล่ะค่ะที่มาของแชมพู Tsubaki) 
 
ดอกซึบากิที่มีคุณสมบัติดูแลเส้นผม มันช่างเหมาะเจาะกับ ซึบากิ หญิงสาวผู้รักการทำผม และรักผมยิ่งกว่าอะไรคนนี้เหลือเกิน

นอกจากนี้ในเรื่องของภาษาดอกไม้ (Hana Kotoba) ของญี่ปุ่น ดอกซึบากิยังมีความหมายที่ลึกซึ้ง โดยมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละสี และสีของดอกซึบากิ หรือดอกคาร์มีเลียที่นำมาใช้ในภาพทุกภาพก็คือ ดอกสึบากิสีแดง อันมีความหมายว่า “ความรัก” “การตกหลุมรัก” “ความรักในอุดมคติ” และอีกหลากหลายความหมายดีๆ และคงด้วยเหตุผลนี้เองที่ “ซึบากิ” สองคนจึงได้มาพบกัน
 
ฉากที่ประทับใจเกี่ยวกับเรื่องชื่อของคู่นี้ คือฉากหนึ่งหลังจากที่ทั้งคู่คบกันแล้ว เมื่อพระเอกถามนางเอกว่าทำไมไม่เรียกเขาว่าเคียวตะ ไม่รู้สึกแปลกเหรอที่เรียกชื่อคนอื่นเป็นชื่อตัวเอง แต่ซึบากิกลับงงๆ และบอกว่าไม่เคยรู้สึกเลย เธอกลับรู้สึกว่าพิเศษดีด้วยซ้ำ เพราะเธอเคยไม่ชอบชื่อตัวเองมาก่อน แต่พอคนนั้นกลายเป็นคนพิเศษ เธอก็รู้สึกว่าการเรียกเขาด้วยชื่อเดียวกันจึงเป็นสิ่งวิเศษมาก และในตอนนั้นเองที่เคียวตะก็เลยเสริมเข้าไปว่า ถ้าถึงเวลาที่เธอต้องเปลี่ยนนามสกุลก็จะไม่เป็นปัญหาใช่มั้ย เท่านั้นแหละคนอ่านอย่างเราจิกหมอนอ่านการ์ตูนผู้หญิงที่นอกจากหน้ากากแก้วก็ไม่ค่อยจะเป็นกับเรื่องอื่นสักเท่าไร (ฮา)  
 
มาถึงตรงนี้เรายอมรับว่าตัวเองเขียนได้ยาวมาก คงจะสร้างความลำบากให้คุณผู้อ่านไม่น้อย (จะมีคนอ่านมั้ยเนี่ย เขียนสั้นไม่ค่อยจะเป็นด้วย -*-) แต่คิดว่ายังไม่ได้ทำการสปอยล์เนื้อหาอะไรมากมายนัก เพราะเรื่องย่อที่เล่าเป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นในเล่มแรกและบวกกับการตีความส่วนตัวของเจ้าของบล็อกที่อยากให้คุณผู้อ่านได้รู้ว่าเรื่องนี้น่าติดตามเพราะอะไร จะเข้าทางอ่านหรือไม่ และอยากให้ได้รู้การ์ตูนว่าเรื่องราวมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด 
 
 
แต่จากนี้จะสนุกหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับตัวผู้อ่านเองค่ะ
 
 
_________________________________
สรุป: 8/10
หากคุณเป็นคนอ่านการ์ตูนผู้หญิง ที่ต้องการการ์ตูนอ่านสนุก นางเอกไม่ซึน อ่านง่ายแต่ไม่ไร้สาระจนเกินไป มีดราม่า มีโรแมนติกขอแนะนำค่ะ 

 

edit @ 5 Oct 2013 22:12:30 by Janne's Library

edit @ 19 Oct 2014 23:29:27 by Janne's Library

Comment

Comment:

Tweet

เขียนได้ละเอียดและอ่านแล้วสนุกมากค่ะ

#2 By (49.49.250.11|49.49.250.11) on 2015-08-10 08:22

#1 By (171.99.231.29|171.99.231.29) on 2015-05-10 10:22